| เครือข่ายความคิด พันธมิตรความรู้ |
Maehongson Educational Service Area Office 2 |
|
 |
 |
สาระความรู้ |
 |
|
 |
ข้อมูลสมาชิก |
 |
|
 |
จำนวนผู้เข้าชม(ตั้งแต่ 15 ธ.ค.48) |
 |
|
|
 |
รายงานผลการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านเด่น |
 |
Anonymous บันทึก "ชื่อเรื่อง : รายงานผลการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านเด่น
อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ชื่อผู้ศึกษา : นายญาณกร แสงสุวรรณ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
การรายงานผลการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านเด่นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจและความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านเด่น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในขอบข่ายงานวิชาการทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การบริหารงานวิชาการ ด้านหลักสูตร ด้านการเรียนการสอน ด้านการประเมินผลการเรียน ด้านการบริหารโครงการทางวิชาการ ด้านระบบข้อมูลสารสนเทศทางวิชาการ และด้านการประเมินผลงานทางวิชาการ ของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างคือกรรมการสถานศึกษาผู้ปกครองนักเรียนประชาชนใน
ชุมชน ครูผู้สอนจำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา อายุ และกลุ่มบุคคล ในบ้านเด่น หมู่ที่ 10 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 70 คน ในปีการศึกษา 2550 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสอบถามลักษณะมาตราส่วนประมาณค่าและแบบสอบถามปลายเปิด การวิเคราะห์ข้อมูลทำโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่าการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านเด่น อำเภอ
แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้ง 6 ด้าน มีการปฏิบัติอยู่ใน ระดับปานกลาง ทุกด้าน
ข้อเสนอแนะ โรงเรียนควรให้ความสำคัญกับการบริหารงานวิชาการในทุกๆด้านซึ่ง
เป็นงานหลัก ให้มีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน และให้ชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้นกว่าเดิมโดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการศึกษาโดยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยอยู่เสมอโรงเรียน ควรให้ความสำคัญกับกรรมการสถานศึกษาครูผู้สอนประชาชนในชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกเพศ ทุกวุฒิการศึกษา ทุกช่วงอายุ และทุกกลุ่มบุคคลในการบริหารงานวิชาการทุกๆ ด้านเนื่องจากกรรมการสถานศึกษาครูผู้สอนประชาชนในชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนได้เสียมีผลประโยชน์ร่วมกันรวมทั้งพัฒนา ส่งเสริมระบบข้อมูลและสารสนเทศทางวิชาการและการบริหารการเรียนการสอนให้มากขึ้นด้วย
หมายเหตุ เป็นการเผยแพร่เพื่อประกอบ ขอวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและทั่วไป30 กันยายน 2552
"
|
|
|
|
|
|
 |
รายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบ |
 |
Anonymous บันทึก "บทสรุปผลการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน
ผลงานวิชาการ : รายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบ
การจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น : โรงเรียนบ้านแม่กองแปปีการศึกษา 2551
ผู้ศึกษา : ว่าที่ร้อยตรีกิตติพงษ์ ทินแย่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่กองแป
ปีที่ศึกษา : ปีการศึกษา 2551
ความเป็นมา
โรงเรียนบ้านแม่กองแป ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สอนชั้นอนุบาล 1 6 มีนักเรียน 74 คน มีครูและบุคลากร 5 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร 1 คน ครูผู้สอน 4 คน นักการภารโรง 1 คน ซึ่งประสบปัญหาหลายประการเช่นเดียวกับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กทั่วทั้งประเทศ จากการศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โรงเรียนได้รับการประเมินภายนอกรอบแรก เมื่อวันที่ 30 31 พฤษภาคม 2548 - 1 มิถุนายน 2548 มีคุณภาพในมาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะพื้นฐานที่จำเป็นตามหลักสูตร อยู่ในระดับปรับปรุง (รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ และไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร อีกทั้งยังพบนักเรียนบางคนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ และหลายคนยังอ่าน - เขียนไม่คล่อง ขาดทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การทดสอบ NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยระดับชาติ (O - NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550 ต่ำ(การทดสอบแห่งชาติ 2550 ) มีครูสอนไม่ครบชั้นเรียนครูคนเดียวสอน 2 ห้อง ครูมีภาระงานรับผิดชอบหลายด้าน ทำให้ครูมีเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการติดตามช่วยเหลือนักเรียนน้อยลง ในขณะเดียวกันก็พบว่า โรงเรียนมีจุดเด่นที่สำคัญคือ ตั้งอยู่ในชุมชนที่เข้มแข็ง และถึงแม้ว่าผู้ปกครองทุกคนมีฐานะยากจนแต่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนโรงเรียน โรงเรียนมีพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงพัฒนาให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบกับคณะครูและนักการทุกคนมีความประสงค์ที่จะพัฒนาตนเอง เพื่อนักเรียน และพัฒนาโรงเรียนให้มีความเจริญก้าวหน้า ร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้หมดไป
ปีพุทธศักราช 2551 โรงเรียนบ้านแม่กองแป ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความตระหนักและให้ความสำคัญปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ ระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพการศึกษา การสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของโรงเรียน การส่งเสริมการมีส่วนร่วม และการบริหารจัดการชั้นเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา ผู้รายงานจึงได้ทำการศึกษาและพัฒนา รายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้นโรงเรียนบ้านแม่กองแป ซึ่งอาจนำไปเป็นแนวทางสำหรับพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 และเขตพื้นที่การศึกษาอื่นต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อรายงานสภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยกระบวนการการบริหารงานคุณภาพ (Quality Assurance:P-D-C-A)
2. เพื่อรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยกระบวนการ การบริหารงานคุณภาพ (Quality Assurance:P-D-C-A)
3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยกระบวนการการบริหารงานคุณภาพ (Quality Assurance:P-D-C-A)
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5 กลุ่มคือ ผู้บริหารโรงเรียน (n=1) ครูผู้สอน (n=2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (N=7) ผู้ปกครองนักเรียน (N=42) นักเรียน (N=42) รวมทั้งสิ้น 90 คน
กระบวนการที่ใช้ในการพัฒนา
การศึกษาสภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบ การจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป ผู้รายงานใช้วิธีดำเนินการตามกระบวนการ การบริหารคุณภาพ (Quality Assurance) ของวงจรของเดมมิ่ง (Deming) แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นวางแผนการพัฒนา (PLAN-P)
2. ขั้นการดำเนินการพัฒนา (DO - D)
3. ขั้นตรวจสอบการดำเนินงาน (CHECK - C)
4. ขั้นปรับปรุงพัฒนา (Act - A)
1. ขั้นวางแผนการพัฒนา (PLAN - P)
การเตรียมการขั้นวางแผนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบ โรงเรียนบ้านแม่กองแป ผู้รายงานได้ดำเนินการ ดังนี้
1. ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ
2. กำหนดปัญหาที่จะดำเนินการพัฒนา
3. กำหนดวิธีการที่จะพัฒนา
4. กำหนดวิธีการตรวจสอบประเมินผล
5. กำหนดวิธีการปรับปรุงพัฒนา
2. ขั้นดำเนินการพัฒนา (DO - D)
ดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ ดังนี้
2.1 ศึกษาสภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
1) ด้านการวางแผนพัฒนา
2) ด้านการพัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ
3) ด้านการสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของโรงเรียน
4) ด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา
5) ด้านการพัฒนาการบริหารจัดการชั้นเรียนแบบคละชั้น
6) ผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนบ้านแม่กองแป
7) ศึกษาความพึงพอใจจากทุกภาคส่วน
2.2 ศึกษาแนวคิดทฤษฎี ด้านแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก การบริหารจัดการชั้นเรียนแบบคละชั้น การจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การนิเทศติดตามเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น การบริหารคุณภาพ (Quality Assurance) สภาพ/ข้อมูลเบื้องต้นโรงเรียนบ้านแม่กองแป และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.3 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น
2.4 แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป
2.5 การสร้างเครื่องมือและการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
2.6 นำแบบรายงานสภาพการดำเนินงาน จำนวน 1 ฉบับ แบบสัมภาษณ์ทั้ง 1 ฉบับ แบบสอบถาม จำนวน 2 ฉบับ ให้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการบริหารการศึกษา ด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการวัดผลประเมินผล ตรวจสอบความสมบูรณ์ และครอบคลุมถูกต้องตามเนื้อหาและภาษา เมื่อผู้ศึกษาได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะแล้ว ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปใช้จริง
2.7 จัดทำเครื่องมือฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำไปดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
2.8 นำแบบสอบถาม แบบบันทึกข้อมูล (Field notes) วัสดุอุปกรณ์ เช่น กล้องถ่ายรูป เทปบันทึกเสียงที่มีความจำเป็นใช้ในการเก็บข้อมูล เพื่อบันทึกเหตุการณ์ และกิจกรรมต่าง ๆ
3. ขั้นตรวจสอบการพัฒนา (CHECK - C)
3.1 การตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานโครงการพัฒนาคุณภาพ
3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
3.3 ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลโรงเรียนเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา
3.4 การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล
4. ขั้นปรับปรุงพัฒนา (Act - A)
ในขั้นตอนนี้ผู้รายงานนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเมื่อเสร็จสิ้นโครงการมาตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์ พบว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีอุปสรรคในการตอบแบบสอบถาม เนื่องจากผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนใหญ่มีการศึกษาค่อนข้างต่ำต้องใช้เวลาในการอธิบายชี้แจงอย่างละเอียด ผู้รายงานจึงนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในแต่ละประเด็นที่ศึกษา สรุปและรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนบ้านแม่กองแป เพื่อรายงานผลต่อผู้เกี่ยวข้อง เผยแพร่แก่ผู้สนใจ และเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป ในปีการศึกษา 255
ผลการดำเนินการ
ด้านการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป พบว่า ผู้บริหารได้วางแผนการพัฒนาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา ความต้องการ วิเคราะห์ปัญหา กำหนดปัญหาที่ต้องการพัฒนา กำหนดวิธีการพัฒนา กำหนดวิธีการตรวจสอบประเมินผล กำหนดวิธีปรับปรุงพัฒนา โดยดำเนินการตาม วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ มาตรฐานการศึกษา แผนยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพโรงเรียน แผนปฏิบัติการประจำปี แนวคิดทฤษฎี ระเบียบการบริหารงาน นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ด้วยกระบวนการบริหารงานคุณภาพ (Quality Assurance:P-D-C-A) คือ ขั้นวางแผนพัฒนา (PLAN) ขั้นลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียน (DO - D) ขั้นตรวจสอบการพัฒนา (CHECK - C) 4. ขั้นปรับปรุงและพัฒนา การจัดทำเอกสารเผยแพร่ (Act - A) โดยอาศัยแนวทางการรายงานประจำปีของสถานศึกษา
และยังพบว่า คณะครูในโรงเรียนได้เตรียมการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน โดยศึกษา วิเคราะห์ หลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการแบบคละชั้น ปรับโครงสร้างหลักสูตร ตารางเรียนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน มีการปรับปรุงพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น เช่น มีมุมศึกษาค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ท มุมเอกสารตำราอ้างอิง มุมนิทาน มุมเกมส์ มุมโสตทัศนศึกษา มุมป้ายนิเทศ มุมกลุ่มย่อย มุมทำงานเดี่ยว ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งวิทยากรภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเสริมความสามารถพิเศษนักเรียน เช่น โครงงานคณิตศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ ทักษะกีฬา กรีฑา ทักษะวิชาชีพ
ด้านผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป พบว่า หลังการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น ผู้เรียนมีพัฒนาการในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคม คุณธรรมจริยะธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เห็นได้จากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นทุกสาระ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (Ordinary National Educatian : O - NET) ปีการศึกษา 2551 สูงกว่า ปีการศึกษา 2550 นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีทักษะการกีฬา- กรีฑา สามารถเข้าร่วมแข่งขันและได้รับรางวัลย์ กีฬา-กรีฑา ในระดับ ต่าง ๆ นักเรียนมีความสามารถทางกระบวนการวิทยาศาสตร์ สามารถนำเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ในระดับต่าง ๆ ได้ในระดับดีมาก นักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ต่อครูผู้สอน จึงทำให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขและส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา
ด้านความพึงพอใจการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น โรงเรียนบ้านแม่กองแป พบว่า ด้านความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อสภาพการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น และยัง พบว่า ผู้เรียนขยันมาโรงเรียน มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีคุณธรรมจริยธรรม มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ครูผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน บรรยากาศในห้องเรียนที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้นที่หลากหลายและเหมาะสม จึงส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ มีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ มีคุณธรรมจริยะธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข ได้กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น ความต้องการ ดังจะเห็นได้จาก ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นทุกสาระ (รายงานประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2551) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (Ordinary National Educatian : O - NET) ปีการศึกษา 2551 สูงกว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (Ordinary National Educatian : O - NET) ปีการศึกษา 2550
ด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (ครูผู้สอน ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ) ที่มีต่อสภาพการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ผู้บริหารได้บริหารงานด้วยความมุ่งมั่นอุตสาหะ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มเวลาเต็มความสามารถตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยใช้ระเบียบวิธีปฏิบัติ แนวคิดทฤษฎี วงจรบริหารงานคุณภาพ (Quality Assurance:P-D-C-A) โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) การบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (RBM.) มีความรู้และเข้าใจการบริหารยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น จากการมีส่วนร่วมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการบริหารงาน และการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ แผนปฏิบัติการประจำปี แผนยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพโรงเรียน มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานคุณภาพการศึกษา บุคลากรจึงเกิดความมุ่งมั่น และเต็มใจปฏิบัติงาน ทำให้ส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน จึงส่งผลต่อพฤติกรรมนักเรียน
ด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ( ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ) ที่มีต่อสภาพการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน พบว่า ครูผู้สอนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีจิตสำนึกที่ดี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละ เต็มเวลาเต็มความสามารถ มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนนอกห้องเรียนเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบคละชั้น จัดให้มีมุมศึกษาค้นคว้าจากเอกสารตำรา มุมสื่อเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ท มุมทำงานกลุ่มย่อย มุมเกมส์ นิทาน มุมป้ายนิเทศผลงานนักเรียน มีการวิเคราะห์ผู้เรียน จัดกลุ่มผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ให้ความเป็นกัลยาณเมิตรกับผู้เรียน จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ รู้จักการสังเกตุ สามารถกำหนดปัญหา รวบรวมข้อมูล แยกแยะข้อมูล กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม และสามารถสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง
ปัจจัยความสำเร็จ
เกิดจากการพัฒนางานอย่างเป็นระบบ และความร่วมมือร่วมใจของบุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
บทเรียนที่ได้รับ
การจะปฏิบัติงานให้สำเร็จต้องมีการวางแผนอย่างมีระบบ และแสวงหาความร่วมมือ
โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม
แนวทางการพัฒนาในอนาคต
1. ปรับปรุงระบบการเรียนการสอนที่เน้นเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการเรียนรู้แบบคละชั้น
2. ศึกษาประสิทธิภาพ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ครบทุกสาระการเรียนรู้
เพื่อนำผลไปพัฒนาต่อไป
3. ควรจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้นในเรื่อง การปรับปรุงหลักสูตร การวิเคราะห์หลักสูตร การเขียนแผนการเรียนรู้แบบคละชั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบคละชั้น การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ให้กับครูและผู้บริหาร
4. ควรนำผู้บริหาร ครูผู้สอนศึกษาดูงานโรงเรียนที่จัดการเรียนรู้แบบคละชั้นที่ประสบความสำเร็จ
5. ควรแต่งตั้งคณะกรรมการจากหลาย ๆ ฝ่าย รับผิดชอบ และนิเทศกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้นอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
6. ควรปรับปรุงพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในและภายนอกห้องเรียนให้เหมาะสม
7. ควรขยายห้องเรียนให้เพียงพอและจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบคละชั้น
8. ควรสร้างความตระหนัก ให้ความรู้ในเรื่องการจัดการเรียนการสอน บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชนผู้ปกครองนักเรียน
"
|
|
|
|
|
|
 |
หลักสูตร: การพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารในชีวิตประจำวัน |
 |
Anonymous บันทึก "บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนจากแบบฝึกทักษะ และ เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนอนุบาลแม่สะเรียง (บ้านโป่ง)
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนอนุบาลแม่สะเรียง (บ้านโป่ง) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 30 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 แผน แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน จำนวน 10 แบบฝึก แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 1 ชุด และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน จำนวน 1 ชุด การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) แบบ paired Sample t-test
"
|
|
|
|
|
|
8 เรื่อง (3 หน้า, 3 เรื่องต่อหน้า) [ 1 | 2 | 3 ] |
|
|
|
|
 |
ทะเบียนผู้รู้และสมาชิก |
 |
|
 |
กระทู้ความรู้ |
 |
| | | | | |